วันจันทร์ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2553

ข่าวไอทีวันที่ 30 ธันวามคม 52

ค้าปลีกไอทีมั่นใจศก.ปี53สดใส โตทะลุ10%



ค้าปลีกไอทีปี 2553 ส่งสัญญาณคึกคัก คาดอัตราการเติบโตทะลุ 10% รับสัญญาณเศรษฐกิจโลกฟื้นตัว ต่างประกาศแผนอัดฉีดเงินลงทุนเพิ่ม-ปรับปรุงพื้นที่ค้าปลีกไอทีปี 2553 ส่งสัญญาณคึกคัก คาดอัตราการเติบโตทะลุ 10% รับสัญญาณเศรษฐกิจโลกฟื้นตัว ต่างประกาศแผนอัดฉีดเงินลงทุนเพิ่ม-ปรับปรุงพื้นที่ พร้อมชูจุดขายใหม่ หวังดึงกำลังซื้อเฉพาะกลุ่ม อย่างไรก็ตาม
สถานการณ์ทางการเมืองถือเป็นปัจจัยสำคัญ ที่อาจเป็นต้นเหตุธุรกิจสะดุด รายใหญ่รุกปรับแผนโหมกิจกรรมการตลาด หวังปั้นฐานลูกค้าระยะยาว

ไอทีซิตี้ปูพรมต่างจังหวัด
นายเอกชัย ศิริจิระพัฒนา กรรมการผู้อำนวยการ บมจ.ไอทีซิตี้ กล่าวว่า ปี 2553 บริษัทวางแผนลงทุนขยายสาขาเพิ่มอีก 8 สาขา ตั้งงบลงทุนไว้ราว 60 ล้านบาท โดยเน้นต่างจังหวัด จากปีที่ผ่านมา ขยายสาขาใหม่เพียง 4 สาขา เนื่องจากบริษัทเชื่อว่าปีหน้าตลาดค้าปลีกจะขยายตัวได้ดีมากขึ้น

ทั้งนี้ เพื่อเป็นไปตามนโยบายเข้าถึงลูกค้ามากขึ้น ซึ่งที่ผ่านมา บริษัทเน้นลงทุนในกรุงเทพฯ เป็นหลัก แต่แนวโน้มการใช้จ่ายไอทีช่วงนี้อัตราการเติบโตของยอดขายจากต่างจังหวัดกลับเติบโตได้ดีกว่า คาดว่าเป็นผลจากฐานตลาดที่ต่ำ โดยบริษัทตั้งเป้าลงทุนขยายสาขาด้วยพื้นที่ตั้งแต่ 700-800 ตารางเมตรขึ้นไป และมีสินค้าครบถ้วน

"สาระสำคัญ คือ เราลงทุนเอง โดยใช้กระแสเงินสดที่เรามี ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเรายังดีอยู่ และปีนี้ ก็คาดว่าก็จะตามเป้าที่ตั้งไว้หรืออ่อนเล็กน้อย แต่เราก็ค่อนข้างมั่นใจกับตลาดปีหน้ามากขึ้น ประกอบกับตลาดมีแนวโน้มขยายตัวได้ดีขึ้น" นายเอกชัยกล่าว

เขาระบุว่า ภาพรวมวงการค้าปลีกไอทีปีหน้า คาดว่าจะแข่งขันกันต่อเนื่อง แต่เชื่อว่าจะเติบโตได้มากกว่า 10% จากปีนี้ตลาดเติบโตคงที่ และแนวโน้มอุปกรณ์ไอทีจะเริ่มพัฒนาเทคโนโลยีที่เน้นการใช้งานส่วนบุคคลมากขึ้น

พร้อมกับคาดการณ์ว่า พฤติกรรมของผู้ซื้อจะเน้นการไปในที่ที่เดียว และได้ของครบถ้วน รวมทั้งง่ายต่อการรับบริการ ส่วนมุมของการตัดสินใจซื้อเชื่อว่า ราคา เทคโนโลยี และความเป็นแฟชั่น จะเป็นจุดที่ผู้ค้าต้องแข่งขันกันมากขึ้น

ชี้เอสเอ็มอีลูกค้าใหม่
เขากล่าวว่า ไอทีซิตี้ไม่จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนแผนการจำหน่ายใหม่ เนื่องจากบริษัทมีนโยบายขายสินค้าที่ครอบคลุมผู้บริโภคทุกกลุ่มอยู่แล้ว แต่ก็มีกลุ่มเป้าหมายใหม่ที่คาดว่าจะเพิ่มจำนวนมากขึ้น คือ กลุ่มองค์กรขนาดกลาง-เล็ก (เอสเอ็มอี) โดยเฉพาะการลงทุนไอทีของภาครัฐที่ใช้งบในวงเงินที่ยังไม่ถึงขั้นต้องจัดประมูล เชื่อว่าจะเป็นโอกาสที่จะเข้ามาซื้อหาสินค้าในไอทีซิตี้มากขึ้น

"การแข่งขันมีอยู่แล้ว สำหรับธุรกิจที่มองการตอบสนองต่อลูกค้าเป็นสำคัญ แต่ต่างกันตรงที่ถ้าเป็นอุตสาหกรรมที่เติบโตค่อนข้างอิ่มตัวแล้ว การแข่งขันก็จะยิ่งรุนแรงขึ้น เพื่อชิงตลาดที่ขยายตัวได้น้อย แต่สำหรับวงการค้าปลีกไอทีไม่ใช่ เพราะตลาดยังขยายตัวได้อีกเยอะ หรือเรียกว่ายังไม่ถึงจุดอิ่มตัว ฉะนั้นปีหน้าก็เชื่อว่าการแข่งขันจะยังมีเป็นปกติ" นายเอกชัยกล่าว

ทั้งนี้ ไอทีซิตี้ตั้งเป้าครองส่วนแบ่งตลาดค้าปลีกไอทีอันดับหนึ่งต่อเนื่อง และมียอดขายเติบโตได้มากกว่า 10%

ไอทีมอลล์เปิดโซนเจาะเฉพาะกลุ่ม
ขณะที่ นายชัยวัฒน์ เอมวงศ์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท ซี.พี. พลาซ่า จำกัด ผู้บริหารศูนย์การค้าไอที มอลล์ ฟอร์จูน ระบุว่า บริษัทก็เตรียมงบลงทุนเกือบ 100 ล้านบาท เพื่อปรับปรุงศูนย์การค้าใหม่ โดยเน้นการเปิดโซนพิเศษเจาะลูกค้าเฉพาะกลุ่ม

ทั้งนี้ เพื่อรองรับกลุ่มเป้าหมายใหม่ คือ กลุ่มผู้หญิง ซึ่งมีแนวโน้มจะใช้เงินจับจ่ายสินค้าไอทีมากขึ้นเรื่อยๆ จากปัจจุบันผู้ซื้อสินค้าไอทีส่วนใหญ่ราว 80% เป็นกลุ่มผู้ชาย ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับตลาดไอทีต่างประเทศ

ล่าสุดเขาเผยว่า หลังเปิดตัวแผนดังกล่าวมีกระแสตอบรับดีมาก ทั้งผู้ประกอบการไอที และผู้ซื้อ ซึ่งมองว่าเป็นทางเลือกใหม่ที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดได้ โดยขณะนี้ บริษัทกำลังเตรียมงาน คาดว่าจะเปิดตัวโซน "ไอที ฟอร์ เลดี้" เต็มรูปแบบเดือน พ.ย. 2553 แต่ระหว่างนี้บริษัทได้เริ่มโปรโมทกิจกรรม เพื่อกระตุ้นการซื้อขายสินค้าไอทีสำหรับผู้หญิงบ้างแล้ว

"เราวางแผนงานไว้ 5 ขั้น ซึ่งตอนนี้เป็นช่วงกำลังปรับปรุงพื้นที่เดิม และตกแต่งด้านกายภาพให้พร้อม รวมทั้งเจรจากับผู้เช่าเดิมให้ปรับปรุงร้านตามคอนเซปต์ใหม่ ซึ่งก็ค่อยๆ ทยอยเปิด โดยคาดว่าเต็มรูปแบบได้ในช่วง พ.ย.ปีหน้า" นายชัยวัฒน์กล่าว

ดึงดาราดูดกำลังซื้อ
พร้อมระบุว่า ส่วนคอนเซปต์เปิดพื้นที่ให้ดารามาเช่า เพื่อจำหน่ายสินค้าไอทีก็เป็นไปได้ในเร็วๆ นี้ โดยล่าสุดกำลังเจรจากับดารานักแสดงที่สนใจ

แต่เขายอมรับว่า พื้นฐานของธุรกิจค้าปลีกไอที คือ เป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญ หรือสนใจในตลาดไอทีเป็นผู้ลงทุน ซึ่งอาจไม่ใช่ธรรมชาติของนักแสดง ดังนั้น บริษัทกำลังหาแผนธุรกิจที่เหมาะสม

"ดาราก็มีสนใจมาทำธุรกิจ แต่ก็ต้องยอมรับว่าส่วนใหญ่ก็ไม่ได้เชี่ยวชาญเป็นพิเศษด้านนี้ เราก็พยายามหาทางเลือกให้ อาทิเช่น ความน่าจะเป็นในการร่วมทุนกับผู้ประกอบการตัวจริง ซึ่งเราก็พยายามทำตัวเป็นตัวกลางเพื่อเจรจาให้ โดยตอนนี้ก็มีหลายรายให้ความสนใจ อาทิเช่น น้องซี ฉัตรปวีณ์ ตรีชัชวาลวงศ์ หรือน้องซี พิธีกรรายการไอที" นายชัยวัฒน์กล่าว

ขณะเดียวกัน ปีหน้าค่ายไอทีแบรนด์ดังๆ จะเปิดตัวสินค้าใหม่ๆ อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี คาดว่าจะเป็นอีกปัจจัยหนุนให้กำลังซื้อเติบโตขึ้น 6-10% จากปีนี้ที่อัตราเติบโตอยู่ระดับ 3% จากผลกระทบช่วงไตรมาส 2 ที่ตลาดชะลอตัว ส่งผลให้ยอดขายเติบโตไม่ถึง 1%

อย่างไรก็ตาม นายชัยวัฒน์ เผยว่า การปรับโฉมไอทีมอลล์ตามแผน 2 ปี ยังครอบคลุมถึงการจัดสรรพื้นที่เป็นโซนไอที สำหรับเจาะลูกค้าเฉพาะกลุ่ม อาทิเช่น โซนค้าส่งไอที ไอทีเพื่อครอบครัว ไอทีสำหรับเด็ก ซึ่งบริษัทจะยังคงเน้นลูกค้าเป้าหมายระดับบีขึ้นไป เพื่อรองรับกำลังซื้อของคนย่านรัชดา พระราม 9 ไปถึงอโศก ที่คาดว่าจะมีกำลังซื้อมากกว่า 7 แสนคน ที่สำคัญย่านดังกล่าว ยังมีคอนโด เซอร์วิส อพาร์ตเมนต์เกิดขึ้นมาก จึงถือว่าเป็นทำเลทองของไอทีมอลล์

ปัจจุบัน ไอทีมอลล์ มีคนเดินเข้ามาชอปปิ้งสินค้าไอทีต่อวันราว 4 หมื่นคน หากช่วงไหนมีกิจกรรมยอดคนเดินจะเพิ่มขึ้นถึง 5 หมื่นคน โดยมีกำลังซื้อต่อปีไม่ต่ำกว่า 1 พันล้านบาท ขณะที่ช่วงมีกิจกรรม ยอดขายจะสะพัดมากกว่า 100 ล้านบาทต่อสัปดาห์ ขณะที่อัตราเฉลี่ยของรายได้ของแต่ละร้านค้าต่อเดือน 1-2 แสนบาท

พันธุ์ทิพย์ปั้นลูกค้าระยะยาว
นายวิษณุ หวังวิสุทธิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทิพย์พัฒน อาร์เขต จำกัด ในกลุ่มบริษัท ทีซีซีแลนด์ และผู้บริหารศูนย์การค้าพันธุ์ทิพย์ พลาซา กล่าวว่า บริษัทยังคงเน้นแผนการลงทุนเพื่อขยายสาขาเพิ่ม คือ สาขาใหม่ที่เอกมัย โดยจะเดินหน้าการก่อสร้าง "เกตเวย์ เอกมัย" ราวช่วงต้นปี ให้เป็นศูนย์การค้าที่รวมทั้งสินค้าไอที แฟชั่น ภายใต้คอนเซปต์ "เจแปนนิส มาร์เก็ต" บนพื้นที่ 7 ไร่ ถือเป็นไลฟ์สไตล์ มอลล์แห่งแรก ที่พันธุ์ทิพย์วางไว้ดึงกำลังซื้อย่านสุขุมวิท คาดว่าจะพร้อมเปิดให้บริการได้ปี 2554 ด้วยเงินลงทุนราว 2 พันล้านบาท

พร้อมกันนี้ ยังเริ่มปรับแผนใหม่ เน้นการเติมความสมบูรณ์ให้ตลาดมากขึ้น รวมทั้งการจุดกระแสให้เกิดการใช้งานอุปกรณ์ไอที รวมทั้งการกระตุ้นให้คนเห็นประโยชน์ของการใช้เครื่องมือไอทีมากกว่าซื้อตามแฟชั่น

เขาระบุว่า ในปี 2553 พันธุ์ทิพย์วางแผนเพิ่มกิจกรรมทางการตลาด และการจัดประกวดต่างๆ อาทิเช่น กิจกรรมประกวดทำหนังสั้น และประกวดพัฒนาเกม จากที่ผ่านมา มีกิจกรรมประกวดหุ่นยนต์อย่างเดียว ซึ่งบริษัทเชื่อว่า แผนดังกล่าวจะช่วยกระตุ้นให้คนเห็นคุณค่าของการใช้เทคโนโลยีมากขึ้น และสามารถนำไปปรับใช้เป็นอาชีพ หรือสร้างรายได้ในอนาคตได้

หวั่นการเมืองทำ "สะดุด"
อย่างไรก็ตาม เขาเผยว่าแม้ภาพรวมตลาดไอทีปีหน้าจะดูสดใสขึ้น และคาดว่าจะขยายตัวได้มากกว่า 20% แต่หากสถานการณ์การเมืองยังไม่นิ่ง หรือมีความขัดแย้งเพิ่มขึ้น จะส่งผลเสียต่ออุตสาหกรรมโดยรวม เนื่องจากทำให้คนไม่เกิดความเชื่อมั่นในการใช้จ่ายเงิน ซึ่งแม้ระบบเศรษฐกิจโลกจะปรับตัวดีขึ้น แต่ถ้าปัจจัยภายในประเทศไม่ส่งเสริมก็เชื่อว่าจะทำให้อุตสาหกรรมไม่สามารถขยายตัวได้

ปัจจุบัน พันธุ์ทิพย์ ประตูน้ำ ยังเป็นสาขาที่มียอดขายมากที่สุด ด้วยสัดส่วนรายได้ราว 70% ขณะที่ สาขาบางกะปิ และงามวงศ์วาน สร้างสัดส่วนรายได้ให้ 10% และ 20% ตามลำดับ ส่วนดิจิทัล เกตเวย์ ที่บริเวณสยามสแควร์ เพิ่งเปิดให้บริการช่วงไตรมาส 3 ที่ผ่านมา

ข่าวไอทีวันที่ 29 ธันวามคม 52

10 สุดยอดธุรกิจนวัตกรรม'52

ไม่ว่าเศรษฐกิจจะเป็นเช่นไร นวัตกรรมยังถือว่าเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการทำธุรกิจยุคนี้ เพื่อผลักดันให้สังคมเกิดความตื่นตัวและสนใจในเรื่องนวัตกรรมมากยิ่งขึ้น สำนักงาน นวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สนช. กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จัดประกาศผล “10 สุดยอดธุรกิจนวัตกรรม ประจำปี 2552”

จัดต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 5 เพื่อเป็นตัวอย่างในการพัฒนาธุรกิจนวัตกรรมของภาคเอกชน และเห็นแนวโน้มของธุรกิจใหม่ที่มีศักยภาพในประเทศไทย

ปีนี้ .... สุดยอดธุรกิจนวัตกรรมที่พิจารณาจากโครงการที่ สนช. ให้การสนับสนุนทั้งสิ้น 432 โครงการ อันดับที่ 1 ตกเป็นของ “ดินสอ” หุ่นยนต์บริการอัจฉริยะ ของบริษัท ซีที เอเชีย โรโบ-ติกส์ จำกัด ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา และอยู่ระหว่างการผลิตเพื่อใช้งานรับออร์ดอร์-เสิร์ฟอาหารในร้านเอ็มเคสุกี้ จำนวน 10 ตัว

นายทศพล อภิกุลวนิช หัวหน้าฝ่ายเทคนิค ของบริษัทซีที เอเชีย โรโบ-ติกส์ บอกถึงที่มาของหุ่นยนต์ฝีมือคนไทยตัวแรกที่ผลิตจำนวนในเชิงพาณิชย์ว่า เนื่องจากที่ผ่านมาเด็กไทยได้แชมป์ด้านการแข่งขันหุ่นยนต์ระดับโลกมากมาย แต่มักจะหยุดที่รางวัล ไม่ได้คิดที่จะพัฒนาต่อถึงการนำไปใช้ในชีวิตจริง บริษัทเห็นศักยภาพดังกล่าว และเพื่อต้องการจุดประกายให้เห็นว่านวัตกรรมเด็กไทยสามารถนำไปสู่การทำเป็นการค้าได้ จึงกล้าที่จะลงทุนในการทำวิจัยและผลิตหุ่นยนต์จากฝีมือนวัตกรรุ่นใหม่ โดยใช้ชื่อว่าหุ่นยนต์ดินสอ หรือหุ่นยนต์บริการ ที่สามารถใช้งานด้านการประชาสัมพันธ์ สามารถสื่อสารและโต้ตอบกับมนุษย์ได้ พูดภาษาไทยได้

ขนาดและความสามารถของหุ่นยนต์ต้นแบบ หากเปรียบเทียบตอนนี้จะเท่ากับเด็กประมาณ 8 ขวบ ซึ่งต่อไปจะมีการพัฒนาฟีเจอร์หรือความสามารถเพิ่มเติมมากขึ้นเรื่อย ๆ

นายทศพลบอกอีกว่า การได้รับการจัดอันดับเป็นสุดยอดธุรกิจนวัตกรรมปีนี้ถือเป็นกำลังใจกับน้อง ๆ ทีมงาน ที่ผลงานและความสามารถได้รับการชื่นชม และถือเป็นตัวอย่างที่จะทำให้เด็ก ๆ กล้าที่จะคิดสร้างสรรค์ขณะเดียวกันก็เป็นตัวอย่างที่จะทำให้บริษัทต่าง ๆ กล้าที่จะลงทุนกับนวัตกรรมของเด็กไทยมากขึ้น

สำหรับสุดยอดธุรกิจนวัตกรรมอันดับที่ 2 ได้แก่ผลงานที่เรียกว่า “ซีออส” แนวป้องกันการกัดเซาะพื้นที่ป่าชายเลน ของบริษัท ไทยไฮบริด จำกัด ซึ่งอยู่ระหว่างการยื่นขอจดสิทธิบัตร นวัตกรรมนี้เกิดขึ้นเพื่อรักษาสภาพแวดล้อมตามแนวชายฝั่ง ทำจากไม้ประกอบพลาสติกที่ได้รับการออกแบบทางวิศวกรรม ลดแรงปะทะของคลื่นทะเล สามารถถอดประกอบได้ นอกจากนี้ยังมีการออกแบบแผ่นยางให้มีลักษณะคล้ายปะการังเพื่อดักตะกอนทราย และดินไม่ให้ไหลลงสู่ทะเลอีกด้วย

ส่วนอันดับ 3 คืออาหารเสริมสำเร็จรูปสำหรับเด็กเล็กจากข้าวที่ใช้ชื่อว่า “เบบี้ยัมมี่” ของบริษัท บางซื่อโรงสีไฟเจียเม้ง จำกัด นวัตกรรมนี้ประยุกต์ข้าวผสมกล้วยน้ำว้าบด ภูมิปัญญาไทยแต่อดีตมาอยู่ในรูปของอาหารเสริมสำเร็จรูปที่เข้ากับวิถีการดำเนินชีวิตที่รีบเร่งของพ่อแม่ยุคใหม่มากขึ้น แถมผสมกับสารอาหารเพิ่มเติม ผ่านกระบวนการสเตอริไลส์เซชั่น แค่เปิดบรรจุภัณฑ์ก็รับประทานได้ทันที เป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับข้าวไทยอีกด้วย

อันดับ 4 คือ “เจทีไอ” ถังคอมโพสิตบรรจุแก๊สแอลพีจี ของบริษัท อุตสาหกรรม จอบไท จำกัด ที่การันตีความสดใหม่ของแนวคิดด้วยรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ด้านการออกแบบเชิงนวัตกรรมระดับมืออาชีพประจำปี 2552 ของ สนช. โดยเป็นถังแก๊สที่ออกแบบขึ้นเพื่อเป็นทางเลือกแทนถังที่ทำจากเหล็ก เน้นที่ความปลอดภัยในการใช้งาน รองรับแรงอัดสูง น้ำหนักเบา ประหยัดค่าใช้จ่ายในการขนส่งและตัวถังโปร่งแสงทำให้ผู้ใช้สามารถมองเห็นระดับแก๊สได้ว่าใกล้หมดเมื่อใด

สำหรับอันดับ 5 คือ “ไวท์ ฟาวเวอร์” น้ำผึ้งอินทรีย์ทางการแพทย์ ของบริษัท สยามเมียลอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เป็นนวัตกรรมการผลิตน้ำผึ้งอินทรีย์ที่สอดคล้องกับมาตรฐานเกษตรอินทรีย์สากล ซึ่งสามารถ วิเคราะห์คุณประโยชน์ทางการแพทย์ด้านการต้านอนุมูลอิสระได้ ส่วนอันดับ 6 เป็นนวัตกรรมด้านผลิตภัณฑ์และกระบวนการผลิตน้ำตาลเพื่อสุขภาพ ที่เรียกว่า “พาลาทีน” ของบริษัท น้ำตาลราชบุรี จำกัด เป็นน้ำตาลที่มีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำ มีผลทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดขึ้นเพียงเล็กน้อย ลดปัจจัยเสี่ยงของผู้เป็นโรคเบาหวาน และไม่ก่อให้เกิดฟันผุอีกด้วย

อันดับ 7 คือ “นีท” ก๋วยเตี๋ยวกึ่งสำเร็จรูปไร้ น้ำมัน ของโรงงานเส้นก๋วยเตี๋ยว น. นิตย์ สวรรคโลก ซึ่งเป็นการพัฒนากระบวนการผลิตก๋วยเตี๋ยวให้ปราศจากน้ำมัน และทำเป็นผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป เก็บไว้ได้นานไม่เหม็นหืนโดยไม่ต้องใส่วัตถุกันเสียนอกจากนี้ยังมีการเสริมคุณค่าทางอาหารเพิ่มเติม และอันดับ 8 คือ “เชอริช” ขนม ฟังก์ชันสำหรับสุนัข ของบริษัท อินโนเพ็ต โปรดักส์ จำกัด ซึ่งการพัฒนาอาหารสุนัขยุคใหม่ในรูปของอาหารฟังก์ชันที่ทำงานเฉพาะทั้งเรื่องของขน ผิวหนัง กระดูกข้อต่อ รวมถึงระบบขับถ่ายและระบบภายในของสุนัข

ส่วนอันดับ 9 คือ “ซีมูฟ” ระบบบริหารการขนส่งแบบต่อเนื่อง ของบริษัท ดี เอ็กซ์ อินโนเวชั่น จำกัด ซึ่งเป็นการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาระบบการขนส่งและโลจิสติกส์ โดยพัฒนาเป็นซอฟต์แวร์ที่ช่วยบริหารจัดการเส้นทางเดินรถ ซึ่งใช้ระบบจีพีเอสร่วมกับการสื่อสารแบบสองทางในการติดตามตำแหน่งรถและการทำงานของพนักงานขับรถ ระบบดังกล่าวจะเป็นศูนย์กลางในการรวบรวมข้อมูลการขนส่งด้วยรถบรรทุก เพื่อจัดสรรการขนส่งให้กับผู้ส่งสินค้าและผู้ให้บริการส่งสินค้า ให้บริการผ่านเว็บไซต์ ซึ่งจะเป็นการลดการวิ่งเที่ยวเปล่าและลดต้นทุนในการขนส่งสินค้า

และสุดท้ายอันดับ 10 คือ “ไบโอพลาสเทค” เครื่องเป่าขึ้นรูปฟิล์มพลาสติกชีวภาพแบบสามชั้น ของบริษัท อุตสาหกรรมถุงพลาสติคไทย จำกัด ที่ช่วยลดต้นทุนในการผลิตฟิล์มพลาสติกชีวภาพให้ถูกลง 20-30%

สำหรับการสนับสนุน โครงการนวัตกรรมปีที่ผ่านมา นายศุภชัย หล่อโลหการ ผู้อำนวยการ สนช. กล่าวว่า สนช. ให้การสนับสนุนไปแล้วทั้งสิ้น 98 โครงการ วงเงินสนับสนุน 71.12 ล้านบาท ทั้งนี้ สนช.ให้ความสำคัญในนวัตกรรมที่ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีชีวภาพ ควบคู่กับการเพิ่มศักยภาพจากความได้เปรียบเชิงทรัพยากรของประเทศ นวัตกรรมที่สร้างทางเลือกเพื่อรับมือภาวะโลกร้อนและสร้างความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ รวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ด้วยการออกแบบเชิงนวัตกรรม

คาดว่าการเชื่อมโยงเครือข่ายวิสาหกิจและเครือข่ายวิชาการอย่างบูรณาการ จะนำไปสู่การสร้าง “ระบบนิเวศนวัตกรรมแห่งชาติ” ที่เข้มแข็ง และสามารถยกระดับศักยภาพการแข่งขันของประเทศได้อย่างก้าวกระโดดและมีประสิทธิภาพต่อไป.

ข่าวไอทีวันที่ 28 ธันวามคม 52



′แบล็คเบอร์รี่′ติดลมบนบิ๊กซี หั่นราคาชนมาบุญครอง ผ่อน0%เตือนระวังเครื่องปลอมระบาด !

"บีบี-แบล็คเบอร์รี่" ติดลมบน ดิสเคานต์สโตร์ "บิ๊กซี" ไม่ยอมตกขบวน หั่นราคา "Curve 8520" เหลือแค่ 11,900 บาท แถมผ่อน 0% นาน 10 เดือน "ดีแทค" ขายเดือนเดียวทะลุ 2 หมื่นเครื่อง "ประชาชาติธุรกิจ" สำรวจตลาดเกรย์มาร์เก็ต "มาบุญครอง" ยังขายได้เรื่อย ๆ แถมพบเครื่องปลอมใช้ 2 ซิม ดูทีวีได้ ราคา 4-5 พันกว่าบาท ยักษ์ใหญ่ "โนเกีย" เผยสถานการณ์เครื่องปลอมระบาดหนัก เตือนผู้บริโภคระมัดระวัง !!

รายงานข่าวแจ้งว่า ระหว่างวันที่ 24-31 ธันวาคม 2552 บิ๊กซี ซูเปอร์ สโตร์ ได้จัดแคมเปญ "ช้อปสนุก ถูกชัวร์" นำโทรศัพท์มือถือและเครื่องใช้ไฟฟ้ามาวางจำหน่ายในราคาพิเศษ พร้อมโปรแกรมเงินผ่อน 0% หลายรายการ แต่ที่น่าสนใจเป็นโทรศัพท์มือถือแบล็คเบอร์รี่ รุ่น Curve 8520 ที่ราคา 11,900 บาท พร้อมโปรแกรมเงินผ่อนกับเฟิร์สช้อยส์ในเครือจีอี 0% นาน 10 เดือน (เดือนละ 1,190 บาท) ซึ่งราคาดังกล่าวต่ำกว่าที่ 3 ค่ายมือถือที่ได้รับสิทธิในการทำตลาดขายอยู่ในขณะนี้




โดยที่ดีแทคขายเครื่องรุ่น Curve 8250 ที่ 12,999 บาท ไม่รวมภาษี เว้นแต่จะสมัครแพ็กเกจเหมาจ่ายรายปีจึงจะสามารถซื้อเครื่องได้ในราคา 9,999 บาท ขณะที่ทรูมูฟจำหน่ายเครื่องเปล่ารุ่น Curve 8520 ที่ราคา 13,900 บาท เช่นเดียวกับเอไอเอสขายที่ 13,900 บาท อย่างไรก็ตามไม่เป็นที่แน่ชัดว่าสินค้าดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากแหล่งจำหน่ายใด




แหล่งข่าวจาก บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) กล่าวกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า เมื่อถึงสิ้นเดือนธันวาคมน่าจะทำยอดขายแบล็คเบอร์รี่ได้ถึง 20,000 เครื่อง ภายในเดือนเดียว จึงถือว่าประสบความสำเร็จมาก




ด้านนายปพนธ์ รัตนชัยกานนท์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่และรองหัวหน้ากลุ่มคณะผู้บริหารด้านการพาณิชย์ บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า แบล็คเบอร์รี่รุ่น Bold ของทรูหมดสต๊อกแล้ว โดยมียอดขายในปี 2552 ประมาณ 5,000 เครื่อง ยังเหลือรุ่น Curve อีกประมาณ 5,000 เครื่อง ส่วนลอตใหม่ที่จะมาต้นปี 2553 เป็น Bold รุ่นใหม่ที่เริ่มวางขายในต่างประเทศแล้ว




"สำหรับกลุ่มทรูผมให้นโยบายว่า โทรศัพท์ที่จะนำเข้ามาขายต้องรองรับการใช้ 3G และ Wi-Fi เราจึงเน้นไปที่รุ่น Bold เป็นหลัก ตอนนี้ก็ขายหมดแล้ว รอรุ่นใหม่อย่างเดียว ซึ่งตัวนี้ถ้าได้สัมผัสและใช้งานจะรู้ว่าสมบูรณ์แบบ และให้ความรู้สึกต่างจากรุ่น Curve มาก"




นายปพนธ์กล่าวถึงกระแสของแบล็คเบอร์รี่ที่มีการพูดถึงมากเพราะมีการทำโฆษณาเยอะ และการที่ออกรุ่น Curve ทำให้บางรายพยายามนำมาสร้างเป็นจุดขาย อย่างไรก็ตามเมื่อเทียบสัดส่วนกับไอโฟนที่ไม่ค่อยมีการโฆษณา ไอโฟนยังมียอดขาย 3 ต่อ 1 ขณะที่ผู้ใช้ในตลาดมี 2 กลุ่ม คือ กลุ่มลูกค้าองค์กรเน้นไปที่การใช้ push mail มีแนวโน้มการเติบโตเพิ่มขึ้น แต่สำหรับลูกค้าทั่วไปที่ใช้ BB messenger มีลักษณะเป็นคอมมิวนิตี้ เชื่อว่าอีกประมาณครึ่งปีกระแสความแรงน่าจะลดลงในลูกค้ากลุ่มนี้




ล่าสุดทรูได้ทำโปรโมชั่นฉลองยอดขายไอโฟนครบ 1 แสนเครื่อง โดยลดราคาเครื่อง 8 GB จาก 19,900 บาท เหลือ 18,900 บาท รุ่น 16 GB จาก 24,500 บาท เหลือ 22,900 บาท และ 32 GB จาก 28,500 เหลือ 26,400 บาท ตั้งแต่ 24-31 ธ.ค. 2552 เท่านั้น คาดว่าจะมียอดขายจากโปรโมชั่นนี้ 5,000 เครื่อง




ผู้สื่อข่าว "ประชาชาติธุรกิจ" สำรวจตลาดเกรย์มาร์เก็ตที่ห้างดัง "มาบุญครอง" พบว่าแบล็คเบอร์รี่เครื่องหิ้วยังได้รับความนิยมอยู่เช่นเดิม โดยเจ้าของร้าน "แอปเปิ้ลโฟน" ยอมรับว่า แบล็คเบอร์รี่มาแรงมาก มีผู้นิยมหาซื้อ บางรายใช้งาน 3-6 เดือน ก็เริ่มเปลี่ยนรุ่นแล้ว แต่ที่ได้รับความนิยมมากในขณะนี้ คือ Curve 8900 ที่ราคาประมาณ 13,900 บาท ต่างจากเครื่องศูนย์ (บริษัทผู้ให้บริการมือถือ) ที่ขาย 20,900 บาท ขณะที่ Cruve 8520 มีราคาระหว่าง 10,500-10,900 บาท ขึ้นอยู่กับร้าน แต่หากเป็นสีขาวราคาจะแพงขึ้น 1 พันบาท




"ที่ Cruve ขายดีเพราะราคาไม่แพงทำให้คนตัดสินใจซื้อง่าย เมื่อบวกอุปกรณ์เสริมอื่น ๆ เช่น แป้นพิมพ์ภาษาไทย ไมโครเอสดีการ์ดแล้วก็ยังถูกกว่าเครื่องศูนย์ เช่น ที่เอไอเอสขายที่ 13,900 บาท"




นอกจากนี้รุ่น Bold ที่มาบุญครองขายที่ 16,900 บาท ขณะที่เครื่องศูนย์ราคา 23,900 บาท รวมถึงรุ่น Tour ราคา 15,900 บาท เป็นรุ่นที่ยังไม่มีโอเปอเรเตอร์รายใดนำเข้ามาทำตลาด




"แม้ดีแทคจะเปิดตัวราคา 9,900 บาทออกมา แต่มาบุญครองก็ยังขายดีเหมือนเดิม เพราะดีแทคต้องผูกสัญญารายปี คิดราคารวม ๆ แล้วแพงกว่าซื้อที่นี่ เครื่องนอกใช้กับค่ายใดก็ได้ คนจึงยังมาซื้อที่มาบุญครองเยอะเหมือนเดิม แต่การปรับราคาสินค้าขึ้นหรือลงขึ้นกับต้นทุนที่รับมาและจำนวนสินค้าที่มีในตลาด"




นอกจากนี้ทางร้านยังมีบริการเปลี่ยนคีย์แพตภาษาไทย โดยคิดราคาของแท้ 900 บาท หากเป็นของเทียม 400 บาท แต่อายุการใช้งานจะสั้นกว่าและตัวอักษรลบเลือนง่าย




ผู้สื่อข่าว "ประชาชาติธุรกิจ" รายงานว่า ความแรงของแบล็คเบอร์รี่นอกจากจะทำให้ยอดขายที่มาบุญครองยังมีอย่างต่อเนื่อง ยังส่งผลให้มีเครื่องเลียนแบบออกมาวางจำหน่ายด้วย โดยก๊อบปี้ทั้งแบรนด์และรูปลักษณ์ ในรุ่น Curve 8520 เมื่อมองด้วยสายตาแทบไม่เห็นถึงความแตกต่าง แต่ในแง่ฟังก์ชั่นและราคาต่างมาก คือ เป็นเครื่องที่ดูทีวีและใช้ 2 ซิมได้ แต่ไม่มีโปรแกรมบีบีแชต ราคาอยู่ที่ 4-5.5 พันบาท




จากการสอบถามร้านค้าที่จำหน่าย "บีบีเลียนแบบ" พบว่ากลุ่มเป้าหมายหลักจะเป็นนักศึกษาและคนทั่วไปที่อยากถือแบล็คเบอร์รี่ในราคาที่เอื้อมถึง


อย่างไรก็ตามในรายของยักษ์ใหญ่ "โนเกีย" ได้ประสบปัญหาดังกล่าวเช่นกัน นายชูมิท คาพูร์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท โนเกีย (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบันมีโทรศัพท์มือถือปลอมแปลงจำนวนมากวางจำหน่ายจึงขอแนะนำให้ผู้บริโภคเลือกซื้ออย่างระมัดระวัง โดยระบุว่า มีการปลอมแปลงหลากหลายรูปแบบมากขึ้น ทั้งการใช้ตราสินค้าโนเกีย ทั้งรุ่นที่มีและไม่มีอยู่จริงในตลาด รวมทั้งการใช้ตราสินค้าอื่น ๆ ใกล้เคียงชื่อโนเกีย โดยเจตนาสร้างความสับสนให้ผู้บริโภค
มือถือปลอมแปลงดังกล่าวยังมีช่องทางและวิธีการจำหน่ายที่สลับซับซ้อนมากขึ้น อาทิ การจำหน่ายสินค้าออนไลน์ จำหน่ายในตู้ขายสินค้าขนาดเล็ก และจำหน่ายในร้านขายมือถือทั่วไป โดยอ้างว่า เป็นสินค้าราคาขายส่งจึงมีราคาถูก วางจำหน่ายปะปนกับสินค้าทั้งของจริงและของปลอม ซึ่งผู้บริโภคต้องพิจารณาอย่างละเอียด โดยสามารถตรวจสอบได้ที่โนเกียช้อปทุกสาขา โนเกียแคร์ไลน์ 0-2 255-2111 หรือ www.nokia.co.th

ข่าวไอทีวันที่ 25 ธันวาคม 52

ทวิตเตอร์ซื้อบริษัทใหม่ ปูทางทำแผนที่"ทวีต"

ทวิตเตอร์ (Twitter) บริการรับส่งข้อความบล็อกสั้นออนไลน์ยอดฮิตประกาศซื้อบริษัทเกิดใหม่นาม "มิกเซอร์แลปส์ (Mixer Labs)" เพื่อเตรียมเปิดให้บริการระบบแผนที่เพื่อระบุตำแหน่งที่ผู้ใช้ทำการทวีต (Tweet) หรือส่งข้อความ คาดว่าจะทำให้เกิดการต่อยอดด้านธุรกิจจนอาจทำให้ทวิตเตอร์สามารถสร้างรายได้เลี้ยงตัวเองได้มากขึ้นในปีหน้า

ตามคาด ทวิตเตอร์ไม่เปิดเผยรายละเอียดด้านการเงินว่าซื้อบริษัทมิกเซอร์แลปส์ไปด้วยเงินมูลค่าเท่าใด

มิกเซอร์แลปส์นั้นก่อตั้งโดยอดีตพนักงานกูเกิล (Google) สองรายซึ่งอยู่เบื้องหลังการพัฒนาระบบติดตามตำแหน่งหรือ location-tracking tool ซึ่งกูเกิลให้ชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า GeoAPI จุดนี้อีวาน วิลเลียมส์ (Evan Williams) ซีอีโอทวิตเตอร์เชื่อมั่นว่า GeoAPI คือข้อพิสูจน์ที่แสดงให้เห็นว่าระบบแผนที่นั้นมีประโยชน์จริง ซึ่งการแสดงตำแหน่งสถานที่ ณ จุดที่ผู้บริโภคลงมือแบ่งปันสิ่งที่เห็นหรือบอกเล่าประสบการณ์ที่กำลังพบเจออยู่นั้นสามารถนำไปต่อยอดบริการอื่นๆได้อีกไม่รู้จบ

ทวิตเตอร์นั้นเป็นบริการรับส่งข้อความสั้นความยาวไม่เกิน 140 ตัวอักษร ที่ผู้ใช้จะสามารถบอกเล่าว่ากำลังทำอะไรอยู่ในขณะนั้น เสน่ห์ของทวิตเตอร์อยู่ที่สมาชิกทุกคนสามารถเปิดกว้างให้สมาชิกรายอื่นเข้ามาติดตามความเคลื่อนไหวของตัวเองได้อย่างใกล้ชิดตลอดวัน สิ่งที่เกิดขึ้นคือสมาชิกสามารถรับรู้ข่าวสารจากบุคคลที่มีชื่อเสียงซึ่งเป็นสมาชิกของทวิตเตอร์ได้ทั้งดารา นักร้อง นักกีฬา นักการเมือง ฯลฯ

ขณะนี้ทวิตเตอร์มีสมาชิกราว 58 ล้านคนทั่วโลก หลังจากก่อตั้งบริษัทที่ซานฟรานซิสโกเมื่อ 3 ปีที่แล้วหรือปี 2006

ข่าวไอทีวันที่ 24 ธันวาคม 52

ศาลสั่งเลิกขาย"MS Word" ไมโครซอฟท์ไว แก้ไขใหม่ขายทันปีหน้า

ไมโครซอฟท์แพ้อุทธรณ์ เมื่อศาลยืนยันคำตัดสินให้ไมโครซอฟท์หยุดจำหน่ายซอฟต์แวร์สร้างเอกสารยอดนิยม "ไมโครซอฟท์เวิร์ด (Microsoft Word)" ในเดือนมกราคมคมที่จะถึงนี้ เท่านั้นไม่พอ ศาลยังสั่งให้ยักษ์ใหญ่ซอฟต์แวร์จ่ายค่าเสียหายให้บริษัทซอฟต์แวร์สัญชาติแคนาดามูลค่า 290 ล้านเหรียญด้วย เพื่อเป็นค่าลิขสิทธิเทคโนโลยีย้อนหลัง ด้านไมโครซอฟท์ออกตัวไว ระบุว่าได้แก้ไขด้วยการพัฒนาเวิร์ดเวอร์ชันใหม่ที่ถอดส่วนที่มีปัญหาละเมิดสิทธิบัตรออกไปแล้ว คาดว่าจะวางจำหน่ายได้ตั้งแต่วันที่ 11 มกราคมที่จะถึงนี้

สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้แฟนไมโครซอฟท์ในสหรัฐฯยังคงสามารถซื้อหาโปรแกรมออฟฟิศไว้ใช้งานได้ต่อไป แม้ศาลอุทธรณ์สหรัฐฯจะตัดสินให้ไมโครซอฟท์เลิกจำหน่ายซอฟต์แวร์เวิร์ดเช่นเดียวกับที่ศาลชั้นต้นพิจารณา

คำตัดสินครั้งนี้เกิดขึ้นเพราะไมโครซอฟท์นั้นยื่นอุทธรณ์ต่อศาลไปตั้งแต่กลางเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา หลังจากบริษัทไอโฟร์ไอ (i4i) อ้างความเป็นเจ้าของสิทธิบัตรเทคโนโลยีการสร้างเอกสาร XML ซึ่งไมโครซอฟท์บรรจุไว้ในโปรแกรมไมโครซอฟท์เวิร์ดเวอร์ชัน 2003 และ 2007

ไอโฟร์ไอระบุว่าไมโครซอฟท์นำเทคโนโลยีของไอโฟร์ไอไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต จึงฟ้องต่อศาลรัฐเท็กซัสตั้งแต่ปี 2007 โดยขอให้ไมโครซอฟท์หยุดจำหน่ายโปรแกรมทั้งสองเวอร์ชันในสหรัฐฯภายใน 60 วัน ซึ่งศาลได้ตัดสินให้ไมโครซอฟท์แพ้คดีและชำระค่าเสียหายให้ไอโฟร์ไอมูลค่า 290 ล้านเหรียญสหรัฐเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ไมโครซอฟท์จึงยื่นอุทธรณ์ในเดือนกันยายน และพ่ายแพ้จนได้รับคำตัดสินเดิมในขณะนี้

ท่าทางไมโครซอฟท์จะไม่สะเทือนกับคำตัดสินที่เกิดขึ้น โดยระบุว่าชาวสหรัฐฯจะสามารถซื้อหาโปรแกรมเวิร์ด 2007 เวอร์ชันใหม่มาใช้งานได้ตั้งแต่วันที่ 11 มกราคม 2010 เวิร์ดเวอร์ชันพิเศษนี้จะปรับปรุงให้ไม่ละเมิดสิทธิบัตรเทคโนโลยีของไอโฟร์ไอ และจะวางจำหน่ายแทนเวอร์ชันเก่าอย่างเป็นทางการ

สำหรับโปรแกรมเวิร์ดและชุดโปรแกรมออฟฟิศเวอร์ชัน 2010 ไมโครซอฟท์ระบุว่าในเวอร์ชันทดลองหรือ Beta นั้นไม่มีส่วนประกอบของเทคโนโลยีที่กำลังเป็นปัญหาใดๆ เชื่อว่าจะสามารถวางตลาดได้ในปีหน้าตามกำหนด

ไมโครซอฟท์ทิ้งท้ายว่า จะยื่นเรื่องต่อศาลฎีกาสหรัฐฯ เพื่อขอความเป็นธรรมให้ถึงที่สุด โดยยังไม่มีกำหนดการที่แน่ชัดอื่นๆในขณะนี้

ข่าวไอทีวันที่ 23 ธันวาคม 52

เดลล์ (Dell) และฟูจิตสึ (Fujitsu) ไวปานสายฟ้า เปิดตัวผลิตภัณฑ์เน็ตบุ๊กพร้อมชิป Atom รุ่นใหม่ล่าสุดเพียง 1 วันให้หลังจากที่อินเทล (Intel) เพิ่งประกาศเปิดตัวเมื่อวันที่ 21 ธันวาคมที่ผ่านมา จากการตรวจสอบสเปกเครื่องพบว่าชิปใหม่ทำให้เน็ตบุ๊กมีขนาดเล็กลง ประสิทธิภาพมากขึ้น และมีอายุใช้งานแบตเตอรี่นานยิ่งขึ้น

ฟูจิตสึนั้นเปิดตัวเน็ตบุ๊กดีไซน์หรู LifeBook MH380 ในเวลาไล่เลี่ยกับเดลล์ที่หยิบ Mini 10 มาปัดฝุ่นใหม่ ทั้ง 2 รุ่นถูกโฆษณาจุดขายที่ชิป Atom N450 ชิป Atom รุ่นใหม่ที่มีขนาดเล็กลง โดย Atom N450 แบบคอร์เดียวหรือซิงเกิลคอร์นั้นมีขนาดเล็กกว่า Atom รุ่นปกติถึง 60% และใช้พลังงานน้อยกว่าถึง 20% ตามข้อมูลจากอินเทล

แม้จะถูกเรียกขานเป็นเน็ตบุ๊กที่ชื่อบ่งบอกว่าเป็นคอมพิวเตอร์แลปท็อปราคาประหยัด ขนาดเล็ก และเน้นการใช้งานอินเทอร์เน็ตและแอปพลิเคชันพื้นฐานเป็นหลัก แต่ Mini 10 นั้นถูกเพิ่มความสามารถในการรองรับวิดีโอความละเอียดสูงเข้ามาด้วย สนนราคาจำหน่ายคือ 299 เหรียญสหรัฐ (ราว 10,200 บาท) หน้าจอ 10.1 นิ้ว การันตีอายุแบตเตอรี่ 9.5 ชั่วโมง

เบื้องหลังของการรองรับวิดีโอความละเอียดสูงอยู่ที่ชิป Atom N450 ที่รองรับกราฟฟิกความละเอียด 720p ซึ่งเป็นระดับพื้นฐานของภาพวิดีโอความละเอียดสูง โดยใน Mini 10 รุ่นปรับปรุงใหม่ เดลล์ได้เพิ่มหน้าจอและชิปประมวลผลภาพความละเอียดสูงเพื่อเพิ่มความสามารถให้รองรับวิดีโอความละเอียด 1080p ได้ เทียบชั้นวิดีโอความละเอียดสูงเต็มขั้น

นอกจากนี้ เดลล์ยังติดตั้งจูนเนอร์ความละเอียดสูงเพื่อรับสัญญาณภาพโทรทัศน์ด้วย ฮาร์ดดิสก์ภายในความจุ 250GB มาพร้อม Wi-Fi และ GPS ส่วนบลูทูธและการเชื่อมต่อบรอดแบนด์นั้นเป็นออปชันเสริม

Mini 10 รุ่นปรับปรุงใหม่มีน้ำหนักราว 2.75 ปอนด์ มาพร้อมโอเอสให้เลือกระหว่าง Windows 7 Starter, Windows XP Home หรือ Ubuntu เริ่มจัดส่งเพื่อจำหน่ายจริงในเดือนมกราคมนี้

ด้านฟูจิตซึนั้นเปิดตัว Lifebook MH380 ซึ่งการันตีว่ามีประสิทธิภาพการประมวลผลและกราฟฟิกดีขึ้นกว่าเดิม สนนราคา 449 เหรียญ (ราว 15,300 บาท) น้ำหนัก 2.97 ปอนด์ หน้าจอ 10.1 นิ้ว แบตเตอรี่ 6 เซลล์ การันตีแบตเตอรี่ 7 ชั่วโมง

Lifebook MH380 มาพร้อมชุดซอฟต์แวร์สร้างงานเอกสาร Mobile office สามารถรองรับ Wi-Fi มาตรฐาน 802.11b/g/n บลูทูธ และฮาร์ดไดร์ฟ 250GB มีสีน้ำตาล ขาว และดำ พร้อมวางจำหน่ายในเดือนมกราคมเช่นกัน

นี่คือความเคลื่อนไหวล่าสุดหลังการเปิดตัวชิป Atom รุ่นใหม่ของอินเทล ได้แก่รุ่นซิงเกิลคอร์ 2 รุ่น และดูอัลคอร์ 1 รุ่น ทุกรุ่นวิ่งที่ความถี่ 1.66 GHz

ซิงเกิลคอร์ 2 รุ่นได้แก่ N450 และ D410 ขณะที่ดูอัลคอร์ 1 รุ่นคือ D510 อักษร N นั้นหมายถึงสำหรับเน็ตบุ๊ก และ D หมายถึงสำหรับเดสก์ท็อป ทั้งหมดจะถูกจับคู่กับชิปเซ็ตใหม่ NM10 Express Chipset โดยอินเทลการันตีว่าชิป Atom ใหม่ทั้ง 3 รุ่นนี้เป็นชิป x86 รุ่นแรกที่มีการรวมหน่วยประมวลผล (CPU) และหน่วยประมวลผลกราฟฟิก (GPU) ไว้ด้วยกันจนทำให้ไม่ต้องมีหน่วยควบคุมการอินพุต-เอาท์พุตแยกต่างหากอย่างในชิปรุ่นก่อนๆ

N450 มาพร้อมแคช L2 512KB เท่ากับ D410 แต่รุ่นหลังกินไฟมากกว่า ขณะที่ D510 มาพร้อมแคช L2 1MB กินไฟมากที่สุด ทั้งสามรุ่นมีชื่อรหัสว่า Pineview เป็นส่วนหนึ่งของแพลตฟอร์ม Pine Trail ซึ่งอินเทลวางไว้สำหรับอัปเดทชิปรุ่นใหญ่อื่นๆในอนาคต

นอกจากเดลล์และฟูจิตสึ ยังมีอัสซุส เอเซอร์ เลอโนโว โตชิบา และซัมซุง รวมถึงผู้ผลิตรายอื่นๆที่มีแผนออกคอมพิวเตอร์พร้อมชิปรุ่นใหม่ในปีหน้า ทำให้ตลาดเน็ตบุ๊กมีวี่แววจะกลับมาคึกคักอีกครั้งหลังซบเซามาระยะหนึ่ง

ข่าวไอทีวันที่ 22 ธันวามคม 52

ทีโอทีทุ่ม200ล้านบาท เปิดไฟเบอร์ทูยูภูเก็ต



นายวรุธ สุวกร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ทีโอที กล่าวว่า ทีโอทีเปิดบริการไฟเบอร์ทูยู ซึ่งเป็นบริการไฟเบอร์ ทู เดอะเอ็กซ์ สำหรับให้บริการในจังหวัดภูเก็ต โดยใช้เงินลงทุน 200 ล้านบาทวางโครงข่ายไฟเบอร์ทั่วทั้งเกาะ รองรับการให้บริการ 20,000 พอร์ต แต่ช่วงแรกทดลองเปิดให้บริการ 3 อำเภอหลัก คือ อำเภอเมือง อำเภอถลาง และอำเภอป่าตอง 3,200 พอร์ต มีลูกค้ากลุ่มโรงแรมและบ้านชาวต่างชาติให้ความสนใจติดตั้งแล้วประมาณ 100 ราย

ทั้งนี้ ความเร็วให้บริการอยู่ที่ 10 - 20 เมกะบิตต่อวินาที ค่าบริการ 8,600 บาทขึ้นไป จากปกติที่มีต้นทุนไฟเบอร์ต่อพอร์ตประมาณ 20,000 บาท คาดว่าจะมีรายได้ประมาณ 30 - 50 ล้านบาทต่อปี การเติบโต 10 - 20% ตั้งเป้าคืนทุนได้ภายใน 3 ปี 7 เดือน และอนาคตหากนำคอนเทนท์มาให้บริการมากขึ้นก็เป็นไปได้ที่จะปรับลดราคาค่าบริการลง ในอนาคตจะเป็นส่วนเพิ่มรายได้จากบริการอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ของทีโอที

ส่วนของบริการที่มี เบื้องต้นเน้นให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงและแอพพลิเคชั่นพื้นฐานอื่นๆ เป็นหลัก ได้แก่ บริการวอยซ์ โอเวอร์ ไอพี บริการไลฟ์ทีวี บริการวีดิโอ ออน ดีมานด์ ต่างก็เป็นบริการที่ชาวต่างประเทศในภูเก็ตซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายนิยมใช้

"ไฟเบอร์ สามารถขยายบริการความเร็วได้มากกว่า 100 เมกะบิตต่อวินาที ทีโอทีจะเน้นสร้างการรับรู้ให้ผู้บริโภคเห็นถึงความแตกต่างของคุณภาพ เมื่อเปรียบเทียบกับบริการผ่านเอดีเอสแอล นักธุรกิจไอทีหรือซอฟต์แวร์ ที่มาตั้งธุรกิจที่ภูเก็ต สามารถใช้บริการได้อย่างเต็มที่ มั่นใจเรื่องเสถียรภาพได้ดีกว่าแน่นอน" นายวรุธ กล่าว

อีกทั้งทีโอที มีแผนขยายบริการไฟเบอร์ทูยู เพิ่มเติมที่นิคมอุตสาหกรรม แถบชลบุรี ระยอง รวมถึงขยายในหัวเมืองใหญ่ ได้แก่ หัวหิน ลงทุนหลักร้อยล้านบาท เริ่มช่วงไตรมาสแรกของปี 2553 ซึ่งรูปแบบการให้บริการจะติดตั้งให้บริการเองส่วนหนึ่ง และจะเปิดให้บริษัทเอกชนมาเช่าใช้โครงข่ายเพื่อให้บริการต่อ เพราะจะสามารถให้บริการได้ดีกว่า ขณะที่เกตเวย์ออกต่างประเทศ จะขยายของทีโอทีเองด้วย และจะเช่าใช้จาก บมจ.กสท โทรคมนาคมด้วย เพื่อลดการลงทุนซ้ำซ้อน

ปัจจุบันภูเก็ตมีลูกค้าอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ของทีโอทีประมาณ 50,000 ราย ซึ่งเป็นไปได้ที่อนาคตจะเปลี่ยนมาใช้บริการไฟเบอร์ทูยู